หลายคนอาจไม่ทราบว่า กฎหมายไทยรับรองสิทธิของเราในการกำหนดแนวทางการดูแลในวาระสุดท้ายของชีวิตไว้อย่างชัดเจน ผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า “หนังสือแสดงเจตนา” หรือที่รู้จักกันในภาษาอังกฤษว่า Living Will
กฎหมายว่าไว้อย่างไร
มาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 บัญญัติว่า บุคคลมีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตตน หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยได้ และเมื่อผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขปฏิบัติตามเจตนานั้น ให้ถือว่าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิด
กล่าวโดยง่าย เราทุกคนมีสิทธิบอกไว้ล่วงหน้าว่า เมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิตจริง ๆ เราไม่ต้องการการรักษาใดบ้างที่เป็นเพียงการยืดกระบวนการเสียชีวิตออกไป เช่น การปั๊มหัวใจ การใส่ท่อช่วยหายใจ หรือการใช้เครื่องพยุงชีพ ในภาวะที่ไม่มีโอกาสฟื้นคืนแล้ว
สิ่งที่หนังสือแสดงเจตนา “ไม่ใช่”
- ไม่ใช่การุณยฆาต — หนังสือแสดงเจตนาไม่ใช่การขอให้แพทย์ทำให้เสียชีวิตเร็วขึ้น แต่คือการปล่อยให้ธรรมชาติของโรคดำเนินไป โดยผู้ป่วยยังคงได้รับการดูแลบรรเทาอาการอย่างเต็มที่
- ไม่ใช่การปฏิเสธการดูแลทั้งหมด — ผู้ป่วยยังคงได้รับการดูแลความสุขสบาย การจัดการความปวด และการดูแลด้านจิตใจอย่างครบถ้วนเสมอ
- ไม่ใช่เอกสารถาวรที่แก้ไขไม่ได้ — สามารถแก้ไขหรือยกเลิกได้ทุกเมื่อ ตราบเท่าที่ผู้ทำยังมีสติสัมปชัญญะ
ขั้นตอนการทำหนังสือแสดงเจตนา
- พูดคุยกับครอบครัวและทีมแพทย์ก่อน — เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจความปรารถนาของเราตรงกัน และลดความขัดแย้งเมื่อถึงเวลาจริง
- ทำเป็นลายลักษณ์อักษร — ระบุชื่อ วันที่ และรายละเอียดการรักษาที่ไม่ประสงค์จะรับให้ชัดเจน พร้อมลงลายมือชื่อ ควรมีพยานลงนาม และหากระบุผู้ตัดสินใจแทนไว้ด้วยจะยิ่งสมบูรณ์
- แจ้งให้คนสำคัญทราบ — มอบสำเนาให้ครอบครัว ผู้ตัดสินใจแทน และขอให้บันทึกไว้ในเวชระเบียนของโรงพยาบาลที่รักษาประจำ
- ทบทวนเป็นระยะ — โดยเฉพาะเมื่ออาการของโรคหรือความคิดของเราเปลี่ยนแปลงไป
ศูนย์ประคองรักษ์มีแบบฟอร์มหนังสือแสดงเจตนา และยินดีให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วย ครอบครัว และประชาชนทั่วไปที่สนใจเตรียมการไว้ล่วงหน้า สอบถามได้ที่ศูนย์ประคองรักษ์หรือหอผู้ป่วยของเรา